n

.

   ฮีตสิบสอง

เดือนสิบ-บุญข้าวสาก  


   เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย  โดยจะมีการทำสลากให้พระจับเพื่อที่จะได้ถวายของตามสลากนั้น เป็นการทำบุญที่ต่อเนื่องจากพิธีบุญข้าวประดับดินในเดือน 9   เพราะถือว่าเป็นการส่งเปรตหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว   ที่ได้ออกมาท่องเที่ยวให้กลับสู่แดนของตนในเดือน 10 นี้    ชาวบ้านจะนำข้าวปลาอาหารและสิ่งของไปทำบุญที่วัดในตอนเช้า   โดยนำห่อข้าวสาก(เหมือนกับห่อข้าวประดับดิน)   ไปวางไว้บริเวณวัดพร้อมจุดเทียนและบอกให้ญาติมิตรผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว   มารับอาหารและผลบุญที่อุทิศให้    มีการฟังเทศน์ฉลองข้าวสากและกรวดน้ำไปให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว    ชาวบ้านจะนำเอาข้าวสากที่พระสวดเสร็จแล้ว   กลับไปที่บ้านด้วย โดยเอาไปวางไว้ตามทุ่งนาและรอบๆบ้านเพื่อให้ผีบ้านผีเรือน    เจ้าที่เจ้าทางหรือผีที่ไร้ญาติขาดมิตรได้มารับส่วนบุญ

 

เดือนสิบเอ็ด-บุญออกพรรษา  


    บุญออกพรรษาจัดทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11    เป็นการทำบุญที่สืบเนื่องมาจากบุญเข้าพรรษาในเดือน 8   ที่พระภิกษุสามเณรได้เข้าพรรษา   เป็นเวลานานถึง 3  เดือน    ดังนั้นในวันที่ครบกำหนด   พระภิกษุสามเณรเหล่านั้นจะมารวมกันทำพิธีออกวัสสาปวารณา    คือเปิดโอกาสให้มีการว่ากล่าวตักเตือนกันได้    วันนี้จะเป็นวันที่พระภิกษุสามเณรจะได้มีโอกาสมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียงที่วัด    ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นวันสำคัญ   และเป็นระยะที่ชาวบ้านหมดภาระในการทำไร่ทำนาอากาศ    ในช่วงนี้จะเย็นสบายจึงถือโอกาสมาร่วมกันทำบุญ   มีการตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์   รับศีลสวดมนต์ฟังเทศน์และถวายผ้าจำนำพรรษา    ตอนค่ำจะมีการจุดประทีปโคมไฟในบริเวณวัดและหน้าบ้าน    บางท้องถิ่นจะมีการถวายปราสาทผึ้ง   หรือต้นผาสาดเผิ้ง(สำเนียงอีสาน)เพื่อเป็นพุทธบูชา   จังหวัดที่มีงานบุญถวายปราสาทผึ้งที่ยิ่งใหญ่คือ จังหวัดสกลนคร    จะมีขบวนแห่ปราสาทผึ้งซึ่งเป็นปราสาทจำลองที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงมาจากขี้ผึ้ง(คล้ายๆเทียน)   ไปรอบๆตัวเมืองให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมความงดงาม   บางท้องถิ่นที่อยู่ใกล้บริเวณแม่น้ำจะมีการแข่งเรือ เพื่อความสนุกสนานและสามัคคีร่วมกันในตอนกลางวัน    ส่วนในตอนกลางคืนจะมีการไหลเรือไฟ(ฮ่องเฮือไฟ)   เพื่อเป็นการบูชาคารวะพระแม่คงคา    จังหวัดที่มีชื่อในเรื่องงานไหลเรือไฟคือ จังหวัดนครพนม ซึ่งมีการประกวดเรือไฟสวยงาม    โดยการเอาไม้ไผ่มาต่อกันเป็นแพ   แล้วประดับตกแต่งให้เป็นเรื่องราวด้วยโคมไฟ   (เดิมนิยมใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดหลายพันอันประดับเรือปัจจุบันอาจมีบ้างส่วนใช้แบตเตอรี่กับหลอดไฟแทน)   เพื่อนำเสนอต่อผู้ชมที่รอชมริมฝั่งแม่น้ำโขง

 

เดือนสิบสอง-บุญกฐิน  


 
 บุญกฐินเป็นการถวายผ้าจีวรแด่พระสงฆ์ซึ่งจำพรรษาแล้ว  เริ่มตั้งแต่ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน12   มูลเหตุที่มีการทำบุญกฐินนั้น มีเรื่องเล่าว่า  มีพระภิกษุจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า   โดยระหว่างการเดินทางนั้นเป็นช่วงฝนตก   และระยะทางไกลจึงทำให้ผ้าจีวรของพระภิกษุเหล่านั้นเปียกน้ำเปรอะเปื้อนโคลน   ไม่สามารถหาผ้าผลัดเปลี่ยนได้พระพุทธเจ้าได้เห็นถึงความยากลำบากนั้น   จึงมีพุทธบัญญัติให้ภิกษุแสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินได้ตามกำหนด   ชาวบ้านจึงได้จัดผ้าจีวรนำมาถวายพระภิกษุในช่วงเวลาดังกล่าวจนกลายเป็นประเพณีทำ บุญกฐินมาจวบจนปัจุบัน   ก่อนการทำบุญกฐินเจ้าภาพจะต้องจองวัดและกำหนดวันทอดกฐินล่วงหน้า   มีการเตรียมผ้าไตรจีวรพร้อมเครื่องอัฐบริขารและเครื่องไทยทาน   มีการบอกบุญแก่ญาติมิตร   ตอนเช้าในพิธีจะแห่ขบวนกฐินเพื่อนำไปทอดที่วัดและแห่กฐินเวียนประทักษิณ 3 รอบ จึงทำพิธี ถวายผ้ากฐิน   นอกจากนี้อาจมีการทำบุญจุลกฐิน(กฐินแล่นซึ่งเป็นการทำผ้าไตรจีวรจากปุยฝ้ายแล้วนำไปทอดให้เสร็จ   ภายใน24ชั่วโมงนับแต่เวลาเริ่มทำเพราะเชื่อว่าจะได้บุญมาก)    ปัจจุบันชาวอีสานที่ไปทำมาหากินต่างถิ่น   มักจะรวมตัวกันตั้งกองกฐินเพื่อนำกลับไปถวายที่วัดในหมู่บ้านตนเอง    ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำบุญแล้ว   ยังได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวและญาติมิตรด้วย


 


วัดนิคม บ้านหนองบัวบาน ตำบลหนองบัวบาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ 36130 โทร 044803067
webmaster:สมศักดิ์ ทองหลาบ 0862554788
lovebuaban@thaimail.com